วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 7

บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย (EAED3214)
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
ครั้งที่ 7 วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558


Happy Birthday my teacher

Wishes you all the best.









ขอมอบเพลงนี้ในอาจารย์เบียร์ค่ะ (ลองฟังดูนะคะ)


อยากขอบคุณเธอสักครั้งและอยากตอบแทนหัวใจที่เธอให้มา
จากคนตัวเล็กๆ ที่บังเอิญเธอถ่อมตัวมาสนใจ
อยากขอบคุณเธอสักครั้ง แม้อาจจะเป็นถ้อยคำที่ดูน้อยไป
ไม่เพียงพอกับใจที่ฉันต้องการบอกเธอ

หากฉันมีสิ่งดีๆสักนิดที่พอ ให้ความสุขกับเธอ
ก็จะยอมยกให้ทุกอย่าง
ตอบแทนความใจดีที่เธอเคยมีให้กัน มีให้ฉันเรื่อยมา




วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 6

บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย (EAED3214)
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
ครั้งที่ 6 วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558

ความรู้ที่ได้รับ

      วันนี้อาจารย์เบียร์แจกถุงมือให้คนละ 1 อันและกระดาษอีกคนละ 1 แผ่น จากนั้นให้ใส่ถุงมือในข้างที่ไม่ถนัด พร้อมทั้งพับครึ่งกระดาษ





เมื่อเสร็จแล้วให้วาดรูปมือข้างที่ใส่ถุงมืออยู่ ให้เหมือนที่สุด

จากกิจกรรมนี้ทำให้ได้รู้ว่าสิ่งที่เราอยู่กับเรามาตั้งแต่เกิดเราเห็นทุกๆวัน เรายังจดจำรายละเอียดไม่ได้ ก็เหมือนกับเด็ก เราไม่สามารถจำรายละเอียดของเด็กได้อย่างถี่ถ้วนหากเราไม่บันทึก


การสอนเด็กพิเศษและเด็กปกติ

ทัศนคติของครู
      อย่ามองว่าเขาเป็นเด็กพิเศษให้มองว่าเขาเป็นเด็กคนหนึ่งในห้องเรียน
การเข้าใจภาวะปกติ
      1 เด็กคล้ายคลึงกันมากกว่าแตกต่าง
      2 ครูต้องเรียนรู้ มีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก
      3 รู้จักแต่ละคน จำชื่อได้
      4 มองเด็กให้เป็นเด็ก
*พฤติกรรมที่ดีจะเกิดจากความเชื่อใจเป็นหลัก

ความพร้อมของเด็ก
      แรงจูงใจ (สำคัญมาก)

การสอนโดยบังเอิญ
      • เด็กยิ่งเข้าหาครูมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสสอนมากเท่านั้น
      • ครูต้องพร้อมที่จะพบเด็ก
      • ครูต้องมีความรู้สึกที่ดีต่อเด็ก (ห้ามรำคาญ ใจเย็น)
      • ใช้เวลาในการสอนไม่นาน

อุปกรณ์
      • มีลักษณะง่ายๆ เช่น บล๊อก เลโก้
      • ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง
* เด็กปกติเล่นกับเด็กพิเศษ เด็กปกติจะช่วยเด็กพิเศษ
* ไม่ควรใช้ของเล่นที่แบ่งเพศ เช่น ปืน ดาบ ตุ๊กตา

ตารางประจำวัน
      • เด็กพิเศษไม่สามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำได้
      • กิจกรรมต้องเรียงลำดับขั้นตอน และทำนายได้
      • เด็กจะรู้สึก ปลอดภัย มั่นใจ

ทัศนคติของครู
      ความยืดหยุ่น
      • แก้แผนการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ (อย่ายึดคิดกับแผน)
      • ครูต้องตอบสนองเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของเด็กแต่ละคน

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้
      เด็กทุกคนสอนได้ - เด็กเรียนไม่ได้เพราะขาดโอกาส
   เทคนิคการให้แรงเสริม
      • ความสนใจของผู้ใหญ่สำคัญมาก
      • มีแนวโน้มจะเพิ่มพฤติกรรมที่ดีของเด็กทันที
      • หากผู้ใหญ่ไม่สนใจ พฤติกรรมดีๆก็จะลดลงและหายไป
   วิธีการแสดงออกถึงการเสริมแรงจากผู้ใหญ่
      • ตอบสนองด้วยวาจา - พูด ชมเชย
      • สัมผัสทางกาย
      • ให้ความช่วยเหลือ หรือร่วมกิจกรรม
   การแนะนำหรือบอกบท

  • การย่อยงาย หรือบอกให้เด็กทำทีละขั้นตอน
   ความต่อเนื่อง
  • สอนแบบก้าวไปข้างหน้า หรือย้อนมาจากข้างหลัง
   การลดหรือหยุดแรงเสริม
  • งดเสริมแรงเมื่อมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
  • เอาเด็กออกจากการเล่น

การนำไปประยุกต์ใช้

      จากการเรียนในวันนี้ทำให้ได้รู้ว่าบางครั้งรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ของสิ่งที่เราเห็นและคุ้นเคยอยู่ทุกวัน เราไม่ได้ใส่ใจมากนัก เมื่อถึงวันนึงเราก็ลืมบางสิ่งบางอย่างไป เหมือนกับพฤติกรรมเด็กถ้าเราไม่บันทึก เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราจำได้หมด

ประเมินหลังการเรียน

      ตนเอง - วันนี้แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจเรียน มีคุยกับเพื่อนบ้างนิดหน่อย

      เพื่อน - เพื่อนส่วนใหญ่เข้าเรียนตรงเวลา มีคุยกันบ้างบางครั้ง

      อาจารย์ - วันนี้อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา มีเพลงบำบัดเด็กพิเศษมาสอนร้องด้วย




บันทึกอนุทินครั้งที่ 5

บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย (EAED3214)
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
ครั้งที่ 5 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558



วันนี้ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากอาจารย์เบียร์ติดประชุม



วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 4

บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย (EAED3214)
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน

ครั้งที่ 4 วันที่ 26 มกราคม 2558

ความรู้ที่ได้รับ

      วันนี้อาจารย์แจกกระดาษ กบเหลา และสีให้คนละ 1 กล่อง โดยให้วาดรูปดอกบัวให้เหมือนแบบที่สุด



เมื่อวาดแล้วออกมาเป็นแบบนี้


จากนั้นก็เข้าสู่บทเรียน

     ---บทบทของครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม---

สิ่งที่ครูไม่ควรทำ
  • ครูไม่ควรวินิจฉัย -- ครูไม่ควรไปวินิจฉัยหรือบอกว่าเด็กเป็นอะไร เพราะครุไม่ใช่หมอและอาจก่อให้เกิดผลเสียได้
  • ครูไม่ควรตั้งชื่อหรือระบุประเภทเด็ก -- ก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี การตั้งชื่อเปรียบเสมือนตราประทับติดตัวเดกตลอดไป และเด็กจะกลายเป็นเช่นนนั้นจริงๆ
  • ครูไม่ควรบอกพ่อแม่ว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ -- พ่อแม่ของเด็กพิเศษทราบดีอยู่แล้วว่าลูกเขามีปัญหาอย่าไร เพราะฉะนั้นครูจึงไม่ควรมาย้ำในสิ่งที่เขารู้อยู้แล้ว แต่ควรพูดในแง่บวก เช่น พูดในสิ่งที่น้องทำได้
สิ่งที่ครูควรทำ
  • ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมของเด็กในเรื่องเกี่ยวกับพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน
  • สังเกตเด็กอย่างเป็นระบบ
  • จดบันทึกพฤติกรรมเด็กเป็นช่วงๆ
การสังเกตอย่างมีระบบ

      ไม่มีใคสามารถสังเกตเด็กอย่างมีระบบได้ดีเท่าครู เพราะครูจะเห็นเด็กในสถานการณ์ต่างๆ และช่วงเวลายาวนานกว่า

การบันทึกการสังเกต

  • การนับอย่างง่ายๆ -- นับจำนวนครั้งของการเกิดพฤติกรรม เช่น กระทืบเท้ากี่ครั้ง , ระยะเวลาในการแสดงพฤติกรรมนั้นๆ เช่น กี่นาที

  • การบันทึกต่อเนื่อง -- ให้รายละเอียดมากที่สุด เขียนทุกอย่างที่เด็กทำให้ช่วงเวลาหนึ่ง โดยไม่ต้องเข้าไปแนะนำหรือช่วยเหลือ เช่น บันทึกเป็นคำๆ 

  • การบันทึกไม่ต่อเนื่อง -- เป็นการบันทึกสั้นๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง โดยบันทึกลงบัตรเล็กๆ
      จากนั้นอาจารย์ก็สอนร้องเพลงบำบัดเด็กอีก 5 เพลง



      จากนั้นอาจารย์ก็ให้ทำข้องสอบ Post-test เนื้อหาที่ได้เรียนไป 2 ข้อ 

การนำไปประยุกต์ใช้

     จากการเรียนในวันนี้สามารถนำเอาความรู้ที่ได้รับในวันนี้ไปใช้ในการเป็นครูในอนาคต โดยไม่วินิจฉัยเด็ก ไม่ตั้งฉายาเด็ก ไม่บอกพฤติกรรมความผิดปกติแก่ผู้ปกครอง แต่ต้องบอกในสิ่งที่น้องทำได้ แล้วสังเกตเด็กอย่างเป็นระบบ

การประเมินหลังการเรียน

       ตนเอง - วันนี้แต่งกายเรียบร้อย เข้าเรียนตรงเวลา อ่านชีทมาล่วงหน้า ตอบคำถามที่อาจารย์ถามได้ 
 
       เพื่อน - เพื่อนส่วนใหญ่เข้าเรียนตรงเวลา เข้าเรียนตรงเวลา และตั้งใจร้องเพลงที่อาจารย์สอน

       อาจารย์ - วันนี้อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา มีเพลงมาสอนร้อง และมีการทำข้อสอบ Post-test







บันทึกอนุทินครั้งที่ 3

บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย (EAED3214)
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน

ครั้งที่ 3 วันที่ 19 มกราคม 2558



ความรู้ที่ได้รับ

      --- รูปแบบการจัดการศึกษา ---
  • การศึกษาปกติทั่วไป (Regular Education)
  • การศึกษาพิเศษ (Special Education)
  • การศึกษาแบบเรียนร่วม (Integrated Education หรือ Mainstreaming)
  • การศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education)
การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
      
      เด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ ถ้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการพิเศษของเขา

การศึกษาแบบเรียนร่วม (Integrated Education หรือ Mainstreaming)

      จัดให้เด็กพิเศษเข้าไปในระบบการศึกษาทั่วไป ให้เด็กพิเศษทำกิจกรรมร่วมกับเด็กปกติ แต่ใช้ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของวัน โดยครูปฐมวัยและครูการศึกษาพิเศษร่วมมือกัน สามารถแบ่งได้ดังนี้
  • การเรียนร่วมบางเวลา (Integrated) -- จัดให้เรียนในโรงเรียนปกติบางเวลา ที่นิยมเรียนคืวิชา ศิลป ดนตรี เด็กที่เรียนร่วมรูปแบบนี้คือเด็กพิเศษที่มีความพิการระดับปานกลางถึงระดับมาก
  • การเรียนร่วมเต็มเวลา (Mainstreaming) -- จัดให้เรียนในโรงเรียนปกติตลอดเวลา กิจกรรมที่ทำจะต้องทำได้ทั้งเด็กปกติและเด็กพิเศษ การเรียนร่วมเต็มเวลามีเป้าหมายเพื่อให้เด็กเข้าใจว่าคนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน ต้องช่วยเหลือกัน และยอมรับเพื่อน เด็กที่เรียนร่วมในรูปแบบนี้คือเด็กพิเศษที่มีความพิการระดับน้อย
การศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education)

      เป็นการจัดให้เด็กพิเศามาเรียนรวมกับเด็กปกติและเป็นการศึกษาสำหรับทุกคน โดยรัเป็นบเด็กเข้ามาเรียนตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษา แต่จะจัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล และไม่มีการแบ่งแยกว่าเด็กคนใดเป็นเด็กปกติ หรือเด็กคนใดเป็นเด็กพิเศษ ทั้งนี้โรงเรียนไม่มีสิทธิ์เลือกเด็ก แต่เด็กเป็นผู้เลือกโรงเรียน

ความสำคัญของการศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
  • ช่วงปฐมวัยเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดของการเรียนรู้
  • สอนได้ และ สอนง่าย
  • เป็นการการจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษที่มีขีดจำกัดน้อยที่สุด คือ ของเล่นต้องเล่นได้ เปิดโอกาสให้ลองทำ อย่างขวางเวลาเด็กเล่น


      
      เมื่อจบบทเรียนแล้วอาจารย์ให้ทุกคนทำข้อสอบ Post-test เนื้อหาความรู้ที่เรียนไป


การนำไปประยุกต์ใช้

      จากการเรียนในวันนี้สามารถนำเอาเนื้อหาความรู้ที่อาจารย์ได้สอนไปใช้ในการเป็นครูในอนาคต เช่น การเปิดโอกาสให้เด็กลงมือกระทำ

การประเมินหลังการเรียน

      ตนเอง - วันนี้เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจฟังอาจารย์สอน มีคุยกับเพื่อนบ้างนิดหน่อย

      เพื่อน - เพื่อนส่วนใหญ่เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย แล้วก็มีคุยกันบ้างเล็กน้อย

      อาจารย์ - วันนี้อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา และท้ายคาบก็มีให้ทำข้อสอบ Post-test ถือว่าเป้นสิ่งที่ดีเพราะเป็นการกระตุ้นให้หนูตั้งใจฟังอาจารย์ และจดตามอย่างละเอียด และเป็นการทบทวนความรู้อีกด้วย








บันทึกอนุทินครั้งที่ 2

บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย (EAED3214)
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน

ครั้งที่ 2 วันที่ 12 มกราคม 2558


ความรู้ที่ได้รับ

      วันนี้อาจารย์เบียร์เล่าเรื่องที่พี่ปีสี่ ไปทำโครงการจิตอาสา ที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ อาจารย์เบียร์บอกว่าค่อนข้างเหนื่อยเพราะตั้งรีบทำงานให้เสร็จไวๆ แต่พอเสร็จแล้วเห็นเด็กๆเข้ามาเล่นมันคือความภาคภูมิใจและมีความสุขมาก อาจารย์เบียร์ก็บอกว่าถ้าปีหน้าก็อยากให้พวกเราไปทุกคน เพราะเป็นประสบการณ์ดีๆที่จะได้รับ

      แล้วอาจารย์เบียร์ก็นำข้อสอบวิชาการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ ของเทอมที่แล้วมาเฉลยให้ฟัง ว่าแต่ละข้ออะไรบ้าง 

      จากนั้นอาจารย์ก็ชี้แจงเรื่องเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
  • Blog 30 คะแนน
  • จิตพิสัย 20 คะแนน
  • เขียนแผน IEP 10 คะแนน
  • กิจกรรมในห้องเรียน 40 คะแนน
     แล้วอาจารย์ก็ให้ทำข้อสอบ Pre-test   เมื่อทำข้อสอบเสร็จแล้ว อาจารย์ก็สอนร้องเพลงที่ใช้ในการบำบัดเด็กทั้งหมด 5 เพลง




การนำไปประยุกต์ใช้

      จากการเรียนในวันนี้สามารถนำเพลงที่อาจารย์เบียร์สอนร้อง ไปใช้ในการสอนเด็กในอนาคตต่อไป และนอกจากนี้ยังสามารถนำเอาเรื่องที่อาจารย์เล่าให้ฟัง ที่พี่ปีสี่ไปทำโครงการจิตอาสา ไปประกอบการตัดสินใจในการเลือกโรงเรียนได้

การประเมินหลังการเรียน

      ตนเอง - วันนี้เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย แต่ตอนเรียนคุยเสียงดังไปหน่อยจนอาจารย์เบียร์เรียกชื่อ (คาบต่อไปจะคุยให้น้อยลงนะคะ ^^)

      เพื่อน - วันนี้เพื่อนส่วนใหญ่เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย แต่มีคุยกันเสียงดังบ้างบางครั้ง

      อาจารย์ - วันนี้อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา และเล่าเรื่องสนุกๆให้ฟังทำให้ไม่น่าเบื่อ





บันทึกอนุทินครั้งที่ 1

บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย (EAED3214)
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน

ครั้งที่ 1 วันที่ 5 มกราคม 2558


วันนี้ไม่ได้มาเรียน เนื่องจากอยู่ที่ต่างจังหวัดค่ะ ^^